มีคำศัพท์ชุดหนึ่งกำลังถูกใช้แพร่หลาย ในนโยบายระดับชาติแทบจะทุกประเทศ ไม่ว่าจะมีความเข้าใจแตกต่างกันอย่างไรก็ตาม ทุกๆ ชาติต่างตั้งธงเอาไว้เลยว่าจะใช้ ‘นวัตกรรม’ ‘ความคิด- สร้างสรรค์’ และ ‘การพัฒนาที่ยั่งยืน’ เป็นตัวผลักดันประเทศของตัวเองไปข้างหน้า ภายใต้วิกฤติเศรษฐกิจ ภาวะโลกร้อน และโรคร้ายสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่กำลังเผชิญอยู่อย่างในปัจจุบันนี้
หลายๆ เมืองในโลก มีการแต่งเนื้อแต่งตัวพร้อมรับกระแส creative cities หรือ creative economy ผ่านโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเมืองใหม่ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ทั้งทางตรงและทางอ้อม หรือการทุ่มเทงบประมาณไปกับการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ยังไม่มีใครคิดได้มาก่อน แต่นั่นเป็นเพียงองค์ประกอบส่วนหนึ่งเท่านั้น สำหรับเมืองชั้นนำในอนาคต จริงๆ แล้วเมืองใดก็ตามที่กล้าประกาศตัวเป็นหนึ่งใน creative cities ได้เต็มปากนั้น ควรจะมีคุณสมบัติของเมือง ที่สามารถนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ในการใช้ชีวิตร่วมกันของคนในสังคม ที่เปลี่ยนแปลงไปจากศตวรรษที่แล้วอย่างสุดกู่ รูปแบบของชีวิตที่มีคุณภาพกว่าที่เป็นอยู่ (และกำลังจะแย่ลงไปอีก) จึงเป็นเป้าหมายหลักที่ creative cities ทุกๆ เมืองจะต้องไปให้ถึง
คนส่วนใหญ่มักจะนิยามคำว่า ‘นวัตกรรม’ ในความหมายของสิ่งใหม่ ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลก ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีอย่างใดอย่างหนึ่งก็ตาม ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว มันไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นมาโดดๆ โดยไม่มีของเก่าหรือเทคโนโลยีเดิมรองรับเลย นวัตกรรมในวันนี้ ล้วนเป็นเกิดจากวิวัฒนาการของสังคม การลองผิดลองถูก ประสบการณ์จากผู้ใช้ ส่งกลับไปให้ผู้ผลิตปรับปรุงให้เข้ากับข้อมูลล่าสุดของนักวิจัย เวียนไปวนมาเช่นนี้ นวัตกรรมจึงไม่ใช่เรื่องเฉพาะทาง ของกลุ่มคนที่สวมเสื้อคลุมสีขาว ที่หมกตัวอยู่ในห้องทดลองทั้งวันทั้งคืน ไม่ใช่เรื่องของคนชุดดำๆ ที่จับกลุ่มสนทนาถ้อยคำเท่ๆ กันทั้งวัน ไม่ใช่เรื่องของคนใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ ที่คอยแต่จะบอกเราว่าตอนนี้เทรนด์มันเป็นอย่างไร ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่มีผู้เกี่ยวข้องเยอะมาก ทั้งความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม จึงเป็นเรื่องที่ mass มากๆ และสังคมที่เหมาะกับเรื่องพวกนี้จะต้องเป็นสังคมที่เปิดใจกว้าง พร้อมรับความหลากหลาย มีโอกาสเข้าถึงและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ได้อย่างลื่นไหล มีพลวัตรในสังคมอยู่เสมอ มีช่องว่างให้เกิดการทดลองแนวคิดใหม่ๆ รวมทั้งการมีส่วนร่วมของชุมชนต่างๆ ซึ่งอาจยังไม่ก่อเกิดผลผลิตทางเศรษฐกิจใดๆ ที่ชัดเจนในวันนี้เลยก็ได้
ถ้าประเทศไทยของเราจะเล่นเกมนี้ด้วย กรุณาอย่าพยายามตีความหมายของนวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ ไปในเรื่องของเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์อะไรบางอย่าง โดยปราศจากวิวัฒนาการทางสังคมเข้าไปเกี่ยวข้องเด็ดขาด อย่างน้อยๆ เมืองสร้างสรรค์ในอนาคต จะต้องเป็นเมืองที่มีความสามารถ ในการขนย้ายผู้คนจำนวนล้านๆ ให้เคลื่อนสัญจรไปมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบจัดเก็บและทำลายขยะที่ฉลาดสุดๆ มีบริการด้านสาธารณสุขที่น่าไว้วางใจ รวมทั้งมีระบบการศึกษาที่สมบูรณ์แบบ สามารถสร้างคนดีที่เป็นคนเก่งออกมาสู่สังคมได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่คัดแยกคนดีกับคนเก่งออกจากกัน แบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ มันไม่ใช่ทั้งนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์อย่างแน่นอน!.
จากบทบรรณาธิการ ฉบับที่ 159
A whole range of words has been widely used from vocabularies to define almost every country’s national policy. And, despite the different understandings, most seem to underline ‘innovation’, ‘creativity’ and ‘sustainability’ as key factors to push their nation towards the future, particularly in the present circumstances of economic crisis, global warming, and health concerns brought about by new diseases.
Many countries have launched projects such as new land development for creative and innovative industries, or granted funding to conduct high technological research. These actions seem to be part of the quality in terms of defining a “leading, creative” city or country in the future. As a mater of fact, it is not about being the center of innovative industries nor about new technologies, but it is more about creating a new model for people to live happily, and in harmony.
Most people perceive innovation in the sense of being something ‘new’. In fact, it is resultant of social evolution - from users to producers, from researchers to developers, and so on. Both creativity and innovation involve lots of participants, so to be creative means to be open, dynamic, and be able to connect to diverse ways of thinking as much as possible.
If Thailand is willing to play this game we should not understand innovation and creativity in terms of new technologies or products without the involvement of social innovation. Basically, the creative city or country of the future must be able to comfortably transport millions of people around, efficiently dispose off waste, and provide good healthcare. It should also set up a prefect education system for its citizens. Perfect education also means it will help produce sound people, both morally and professionally to further enhance our society! []