Archive for March, 2009

เฉลี่ยคนไทยอ่านหนังสือวันละ 39 นาที

Wednesday, March 18th, 2009 by webMaster

สลด คนไทยอ่านหนังสือน้อยลงอีก ปี 51 เฉลี่ยอ่านหนังสือวันละ39นาที หนังสือพิมพ์ยังได้รับความนิยม

เผยปี 51 คนไทยอ่านหนังสือลดลงอีก ใช้สายตาไล่อ่านตัวอักษรเฉลี่ยวันละ 39 นาที “ข่าวบันเทิง”ยังได้รับความนิยมสูงสุด โพลแนะทางออกหนังสือต้องราคาถูกลง-เนื้อหาน่าสนใจ

นางธนนุช ตรีทิพยบุตร เลขาธิการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยผลการสำรวจการอ่านหนังสือนอกเวลาเรียน/นอกเวลาทำงานของคนไทยในปี 2551 จากครัวเรือนตัวอย่างทั้งสิ้น 53,000 ครัวเรือน พบว่า ลดลงเล็กน้อย คือ อยู่ที่ร้อยละ 66.3 จากร้อยละ 61.2 ในปี 2546 และร้อยละ 69.1 ในปี 2548 ซึ่งอาจเป็นเพราะมีสื่ออื่นที่น่าสนใจกว่า เช่น โทรทัศน์ เกมส์ เป็นต้น โดยผู้ชายมีอัตราการอ่านหนังสือสูงกว่าผู้หญิง และกลุ่มวัยเด็กมีอัตราการอ่านหนังสือสูงกว่าวัยอื่น รองลงมา คือ กลุ่มเยาวชน กลุ่มวัยทำงาน และกลุ่มวัยสูงอายุ

ทั้งนี้ การอ่านหนังสือในช่วงนอกเวลาเรียน/นอกเวลาทำงานของผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปนั้น ผู้อ่านใช้เวลา อ่านหนังสือเฉลี่ย 39 นาทีต่อวัน โดยส่วนใหญ่อ่านหนังสือพิมพ์ นวนิยาย ร้อยละ 71.0 การ์ตูน ร้อยละ 38.8 และหนังสืออ่านเล่น และนิตยสาร ร้อยละ 35.4 ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อหาสาระที่ผู้อ่านหนังสือชอบอ่านมากที่สุด คือ ข่าว ร้อยละ 50.9 บันเทิง ร้อยละ 39.1 และสารคดีหรือความรู้ทั่วไป ร้อยละ 31.9 และพบว่า มีผู้อ่านหนังสือทางอิเล็กทรอนิกส์ ร้อยละ 8.1 โดยผู้หญิงอ่านมากกว่าผู้ชายเล็กน้อย ร้อยละ 8.5 และ 7.8 ตามลำดับ

read a book

นางธนนุช กล่าวว่า เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ที่อ่านหนังสือเองหรือผู้ใหญ่อ่านหนังสือให้ฟัง มีจำนวน 2.1 ล้านคน หรือร้อยละ 36.0 ของเด็กเล็กทั้งสิ้น เด็กชายและเด็กผู้หญิงมีอัตราการอ่านหนังสือใกล้เคียงกันร้อยละ 36.7 และ 35.2 ตามลำดับ โดยเด็กเล็กในกรุงเทพมหานครมีอัตราการอ่านหนังสือสูงสุด ร้อยละ 45.3 และเด็กเล็กส่วนใหญ่อ่านหนังสือสัปดาห์ละ 2 – 3 วัน คิดเป็นร้อยละ 39.6 สำหรับประชากรอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป มีจำนวนประมาณ 40.0 ล้านคน หรือร้อยละ 66.3 ผู้ที่อาศัยในเขตเทศบาลมีอัตราการอ่านหนังสือสูงกว่านอกเขตเทศบาล ร้อยละ 77.7 และ 61.2 ตามลำดับ โดยกรุงเทพมหานครมีอัตราการอ่านหนังสือสูงที่สุด ร้อยละ 85.8 รองลงมา คือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 70.5 67.1 62.9 และ 58.2 ตามลำดับ

“จากผลการสำรวจข้างต้น สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการอ่านหนังสือนอกเวลาเรียน/นอกเวลาทำงานของประชากร ซึ่งมีความแตกต่างกันระหว่างเพศ วัย และพื้นที่อยู่อาศัย ฉะนั้นภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องควรกำหนดแผนและมาตรการต่าง ๆ ในการส่งเสริมการอ่านหนังสือของประชากรให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพประชากรของประเทศให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นต่อไป” นางธนนุช กล่าว

เลขาธิการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวว่า นอกจากนี้ ผลการสำรวจพบว่าวิธีการรณรงค์ให้คนรักการอ่านหนังสือที่ประชากรอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป เสนอแนะมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ 1) หนังสือควรมีราคาถูกลง 2) หนังสือควรมีเนื้อหาสาระน่าสนใจ 3) ควรจัดให้มีห้องสมุดประจำหมู่บ้านหรือชุมชน 4) ส่งเสริมให้พ่อแม่ปลูกฝังให้เด็กรักการอ่าน และ 5) ภาษาที่ใช้ในหนังสือควรใช้ภาษาง่าย ๆ สื่อให้ทุกคนเข้าใจได้ []

ข่าวจาก มติชนออนไลน์
วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2552 เวลา 19:36:07 น.

The first Penguin

Friday, March 6th, 2009 by art4d.com

ในหนังสือ ‘เดอะลาสต์เลกเชอร์’ บทที่ 39 แรนดี เพาช์ พูดถึง ‘นกเพนกวินตัวแรก’ เอาไว้ได้น่าฟังทีเดียว ตอนที่เพาช์สอนวิชา ‘virtual reality’ ที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลอนในพิตสเบิร์กนั้น เขาพยายามกระตุ้นให้นักศึกษาลองทำสิ่งที่ยากๆโดยไม่ต้องกลัวว่ามันจะล้มเหลว ในช่วงปลายภาคเรียนเขาได้จัดงานมอบรางวัล ‘นกเพนกวินตัวแรก’ เพื่อมอบให้กับทีมที่กล้าเดิมพันในการค้นคิดอะไรใหม่ๆ แต่ทว่ามีโอกาสไปไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้สูง รางวัลนี้มีที่มาจากเวลาที่นกเพนกวินมาออกันเป็นกลุ่มก่อนจะกระโดดลงไปในน้ำ ซึ่งอาจจะเจอภัยอันตรายที่พวกมันมองไม่เห็นรออยู่ใต้น้ำ แต่ยังไงๆก็ต้องมีนกเพนกวินตัวหนึ่งล่ะที่กระโดดลงน้ำไปเป็นตัวแรก รางวัลนี้มอบให้แก่นกเพนกวินตัวนั้นนั่นเอง ตอนแรกเพาช์คิดจะตั้งชื่อรางวัลนี้ว่า ‘การล้มเหลวที่สง่างาม’

ประสบการณ์คือสิ่งที่คุณได้มาในเวลาที่คุณไม่ได้สิ่งที่คุณต้องการ และมันจะเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดยามเมื่อคุณนำมาใช้ในวันข้างหน้า

ในวงการศึกษาหรือแม้กระทั่งแวดวงมืออาชีพทุกวันนี้เต็มไปด้วยภาพของหมู่นกเพนกวินที่ เบียดเสียดกันแน่นขอบสระ รอผู้กล้าตายรายแรกที่ยอมเสี่ยงกระโดดลงน้ำไปก่อน ทุกๆภาคการศึกษาหรืองานวิทยานิพนธ์ก่อนจบนั้น จะมีสักกี่คนที่ไม่กลัวสอบตก กล้าทำเรื่องเสี่ยงๆ ที่มีโอกาสล้มเหลวสูง สังคมเรามักจะให้รางวัลแต่ผู้ชนะหรือผู้ที่เป็นตัวแทนแห่งความสำเร็จ ยิ่งกว่านั้นเรามักจะมีบทลงโทษผู้แพ้หรือความล้มเหลวอีกต่างหาก ไม่แปลกอะไรที่นักศึกษาทุกวันนี้จะอ่านใจอาจารย์ล่วงหน้าเพื่อให้ปลอดภัยเอาไว้ก่อน ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกห้องเรียนเราต่างต้องการคนกล้าที่จะเดินบนเส้นทางใหม่ที่ยังไม่มีใครทำแผนที่เอาไว้ให้ก่อน ซึ่งในความเสี่ยงดังกล่าวย่อมมีความสำเร็จอันยิ่งใหญ่รออยู่เบื้องหลัง เราจึงสมควรยกย่องผู้ที่พยายามลองก่อนแล้วแพ้ มากกว่าผู้ที่มาทีหลังแล้วเรียนรู้ข้อผิดพลาดจนนำไปสู่เป้าหมายได้ในที่สุด

รางวัล ‘นกเพนกวิน’ ตัวแรกที่เฉลิมฉลองคนที่มีความกล้าทำอะไรสักอย่างก่อนคนอื่น โดย ไม่กลัวที่จะล้มเหลวแบบที่แรนดี เพาช์ เคยมอบให้กับนักศึกษาของเขานั้น กำลังจะกลายเป็นรางวัลที่ทาง TCDC เตรียมมอบให้กับนักคิด นักสู้ ในอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ของไทยในเทศกาลปล่อยแสงครั้งต่อไปที่กำลังจะมาถึงนี้

ถ้าเป้าหมายใหญ่ของการศึกษาคือการเรียนรู้ล่ะก็ ความสำเร็จหรือล้มเหลวล้วนเป็นเรื่องรอง ทั้งสิ้น เราคงไม่อยากเห็นสังคมที่มีแต่คนคิดทำอะไรตามๆกันไปหมด รอแต่จะมีใครกล้ากระโดดลงน้ำให้ดูก่อนเป็นคนแรกใช่ไหม? ลองดูกันว่านกเพนกวินตัวแรกๆของไทยจะเป็นใครกันบ้าง…. อาจเป็นคนใกล้ๆตัวคุณนี่เองก็ได้ []

บทบรรณาธิการ artd ฉบับ 156

Chapter 39 of Randy Pausch’s “The Last Lecture” book presents some interesting points about “The First Penguin”. When Pausch was teaching a Virtual Reality course at Carnegie Melon University, Pittsburgh, he encouraged students to attempt hard things and not worry about failing. At the end of the semester, he presented a stuffed penguin - “The First Penguin Award” - to the team that took the biggest gamble and failed to meet its goals. The award came from the idea that when penguins jump in the water that might have predators, well, one of them has got to be the first penguin to dive into the unknown territory. In essence, “The First Penguin Award” is a prize for “glorious failure”.

Experience is what you get when you don’t get what you wanted or aimed for. And, ‘experience’ can be the most valuable thing you have to offer.

In the educational or professional world we always reward success and punish failures; students are scared to fail, pros hate to take risks. They all are encouraged to play it safe. Very few people are daring enough to take a road that doesn’t exit on the map. That is why failure should be rewarded, as it is failure that brings out fresh ideas that may lead to achieving even greater success.

Initiated by Randy Pausch, “The First Penguin Award” celebrating students who took a daring risk at doing something groundbreaking but found themselves burning their fingers, or totally crashing, is going to be presented by TCDC to players in the Thai creative industry during the next Ploey Saeng Festival, which is to be held very soon.

If the main goal of education is learning, then success or failure is less important than what we learn. We don’t want to see a whole society full of “play-safe” people waiting around for the first one who dares to jump, do we? Let’s see who are going to be our first penguins. It might be someone close to you.

from the editor’s note, art4d issue 156. []

DEEP STORAGE ART PROJECT

Tuesday, March 3rd, 2009 by webMaster

แม้ไม่เคยบริจาคเลือดมาก่อน การให้เลือดเพียงหยดเดียวในครั้งนี้ คุณอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของโลกมนุษย์ในอนาคต และนั่นหมายถึงว่าคุณจะกลับมาเกิดใหม่ได้ ถ้ามนุษย์ในโลกอนาคตอยากให้เป็น
deep stoRAGE ART PROJECT
ในภาพยนต์ฮอลลีวู้ดชื่อดัง การนำ DNA มา cloning กลายเป็นไดโนเสาร์ตัวยักษ์ไล่วิ่งงับคนเล่น เหตุการณ์แบบนี้อาจจะกลายเป็นตัวคุณเองบ้าง ถ้าได้เข้ามาร่วมในโครงการศิลปะ “Deep Storage art project” ของ Kristian von Hornsleth ชาวเดนมาร์ค
deep stoRAGE ART PROJECT
ในวันที่ 7 มีนาคมนี้ ที่แกลลอรี่โซลฟลาวเวอร์ สีลมแกลลอเรีย สีลม ชั้นใต้ถุน ตั้งแต่ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป ศิลปินจะมานั่งเก็บหยดเลือดด้วยตัวเอง พร้อมๆ กับอธิบายพร้อมตอบคำถาม เลือดหนึ่งหยดของแต่ละคน จะถูกรวบรวมเก็บเอาไว้ในงานประติมากรรมขนาดใหญ่ 5×5x5 เมตร (ตามรูป) ส่งลงไปเก็บไว้ในใต้ทะเลลึก 11 เมตร ที่อยู่ระหว่างประเทศญี่ปุ่นและฟิลลิปินส์
read more »

advertising