What On Earth Is That!!
Friday, August 24th, 2007 by webMasterในช่วงเวลาที่สังคมไซเบอร์ของไทย กำลังเมามันกับการโจมตี “พ่อหมูแฮม” จากกรณีการแสดงทัศนะ ในลักษณะดูถูกชนชั้นล่างและคนไร้การศึกษาอยู่นั้น สังคมอินเตอร์เน็ตของอังกฤษ ก็พุ่งเป้าโจมตีไปที่โลโก้โอลิมปิค 2012 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้เอง ถ้าใครติดตามคอลัมน์ดีไซน์คัลเจอร์ ของประชา สุวีรานนท์ ในมติชนรายสัปดาห์อยู่เป็นประจำ คงได้ข่าวความขัดแย้ง เกี่ยวกับโลโก้รูปคล้ายตัวเลข 2012 ที่เป็นตัวหยัก เหมือนชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ และตัวอักษร London กับสัญลักษณ์ห้าห่วง ที่ดูสามัญเอามากๆ กันมาบ้างแล้ว

ยิ่งถ้าไปไล่อ่านคอมเมนท์ตาม blog ต่างๆ โดยเฉพาะกระทู้ใน BBC Sport ก็จะพบว่า แทบจะไม่มีใครรักมันเอาเสียเลย มีคนบอกว่ามันเหมือนกระจกที่บ้าน ตอนที่เจ้าตัวอัดลูกบอลใส่เข้าไปเต็มโครม บ้างก็ว่ามันดูคล้ายเศษชิ้นส่วน ของเครื่องหมายสวัสดิกะ ที่เอามาเรียงใหม่ นี่แค่บางส่วนของคำเสียดสีถากถางอีกนับไม่ถ้วน ที่กระแสมวลชนโหม กระหน่ำใส่โลโก้ชิ้นนี้ จนอาจเรียกได้ว่านี่คืองานกราฟิกดีไซน์ที่กำลังร้อนแรง มีคนให้ความสนใจที่สุดในโลก ณ ชั่วโมงนี้ไปแล้วก็ว่าได้
ต้องยกเครดิตทั้งหมด ให้กับคณะกรรมการจัดงานโอลิมปิค 2012 และ Wolff Olins ผู้ออกแบบ ที่มีความกล้าพอ ที่จะปะทะกับความคิด ความเชื่อแบบเดิมๆ ของชาวโลก ที่มองเกมส์การแข่งขันรายการนี้ว่า เป็นการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ของมวลมนุษยชาติ โดยพวกเขาเลือกที่จะ ทำให้ดูไม่เคร่งขรึมเป็นทางการขนาดนั้น แต่หันไปผูกมิตรกับเยาวชนคนรุ่นใหม่แทน และถ้าความคิดแรกเริ่มของโอลิมปิค คือการชิงชัยเพื่อความเป็นหนึ่ง ของนักกีฬาที่เก่งที่สุดในโลก โลโก้ใหม่นี้ กลับพยายามสะท้อนมุมมองอื่นๆ ทางสังคม ขึ้นมาบดบังความฮึกเหิม ของชาติสมาชิกแต่ละชาติ จนแทบไม่เหลือภาพเดิมๆ การตีความครั้งนี้ จึงไม่เน้นในเรื่องของความสมัครสมานสามัคคีของห่วงทั้งห้า ซึ่งหมายถึงห้าทวีปเอาเสียเลย (อีกไม่นานเราคงได้เห็น อารมณ์สามัคคีจัดๆ ในกีฬามหาวิทยาลัยโลกทีกรุงเทพฯ และ กีฬาซีเกมส์ที่โคราช ซึ่งจะต้องมีความเป็นท้องถิ่นนิยม เสียบเข้ามาด้วยอย่างแน่นอน)
ปัญหาอยู่ที่ว่า ถ้าคนจงเกลียดจงชังมันขนาดนี้ เจ้าโลโก้รักเด็กตัวนี้ จะมีชีวิตรอดไปถึง ปี 2012 ได้อย่างไรกัน โดยเฉพาะค่าออกแบบมูลค่า 400,000 ปอนด์ กับงานที่คนอีกครึ่งค่อนโลก คิดว่าแบบนี้เด็กประถม (หรืออนุบาล) ก็ทำได้! โลโก้ใหม่นี้อาจจะไม่ดีอย่างที่หลายคนวิจารณ์จริงๆ และมันอาจจะล้มเหลว ในความพยายามจะเข้าถึงเยาวชน ผ่านสายตาของคนแก่ ที่รู้เรื่องวัยโจ๋ไม่จริงก็เป็นได้เช่นกัน แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า นี่คือความตั้งใจที่ดี ในการที่จะไม่ทำเรื่อง “น่าเบื่อ” อีกครั้ง แม้จะปลอดภัยกว่ากันมากนัก และ ที่สำคัญหากพิจารณาดูโลโก้ ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน ล้วนเป็นงานที่ดูเหมือน ให้เด็กข้างบ้านทำก็ได้ทั้งสิ้น! เพียงแต่ว่าเด็กข้างบ้านที่ว่านั้นไม่ได้ทำ
และถึงได้ทำจริงๆ ก็คงไม่ได้ค่าตอบแทนถึง 400,000 ปอนด์หรอกนะ!
จากบทบรรณาธิการ art4d ฉบับที่ 139 []








