Archive for September, 2006

การส่งสารกับบริบท

Monday, September 25th, 2006 by pana

flat
ผมพบป้ายนี้โดยบังเอิญบนทางด่วน รู้สึกถูกชะตาในทันที เพราะมุมที่เห็นนั้น บังเอิญมีแฟลตที่หนาแน่นเป็นพื้นหลัง ได้อารมณ์ของคนละขั้วได้ชัดเจน ไม่ทราบว่าเจ้าของบ้านที่อยู่ในป้ายเห็น จะรู้สึกภูมิใจกับป้ายโฆษณานี้หรือไม่ และคนที่อยู่ในแฟลตด้านหลัง จะรู้สึกอย่างไร มีใครรู้สึกอย่างไรกันบ้างครับ

anfiled
ที่ไหนๆ ก็เป็นแอนด์ฟิลด์ได้ ถ้าใจอยากให้เป็น เจ้าของรถไอศกรีมคันนี้ บอกกับผมอย่างนั้น ผ่านเพียงทางสติกเกอร์สีแดงง่ายๆ ที่เห็น ใครจะว่าอย่างไรผมไม่สน ผมเชียร์ของผมแบบนี้ เปล่าหรอกครับ ผมไม่ได้จอดรถไปแล้วถามเขาหรอก หรือว่าเป็นแฟนลิเวอร์พูลเหมือนกัน แต่สิ่งที่เห็น รู้สึกได้ถึงความหมายแบบนี้ครับ.

thinking model(3)

Friday, September 22nd, 2006 by jarin

ผลที่ได้ (out put)
จะเกิดตามมา 3 สิ่ง

ข้อสรุป(conclusion)
สิ่งที่คุณสรุป ตัดสินใจ หรือ เลือก จากกระบวนการคิดที่ผ่าน

ประสบการณ์ ความทรงจำ(experience)
แต่ ข้อสรุป(conclusion) ไม่ได้จบลงแค่นั้น มันจะถูก ตัดทอน ย่นย่อ ลดรายละเอียด กลายเป็น ความทรงจำ และ ประสบการณ์ และจะเป็นตัวดึงข้อสรุปขึ้นมาอีกครั้งหาก ผู้คิดมีความเห็นว่า information หรือ input มีลักษณะเดียวกัน
ซึ่งหากไม่พิจารณารายละเอียดรอบข้างอย่างถี่ถ้วน มีแนวโน้มสูงว่าจะเป็นการตัดสินใจ(สรุป)ที่ผิดพลาด
หากไม่มีการฝึกฝนกระบวนการคิดอย่างเหมาะสม คนกลุ่มนี้ก็จะเกิดอาการ มึนงง สับสน ว่าเกิดอะไรขึ้น
ทั้งที่ลืมนึกไปว่า โดยแท้ที่จริงแล้ว แต่ละ input ที่เกิดขึ้น เป็นอิสระต่อกัน มีโอกาสที่จะเหมือนหรือต่างกันก็ได้

แนวคิด ทัศนคติ ปรัชญาชีวิต(attitude)
หลังจากสั่งสมประสบการณ์ ได้สักระยะ เมื่อข้อมูลที่ถูกทำซ้ำๆเป็นระยะเวลานานๆ
ผู้คิดจะสามารถสรุป ข้อมูลเหล่านั้น เป็น แนวคิด ทัศนคติ และ ปรัชญาชีวิตของตนเองได้ในที่สุด
อีกครั้งที่ สิ่งเหล่านี้ ไม่ได้บอกว่า จะเป็นแนวคิด ทัศนคติ หรือ ปรัชญาชีวิต ที่ดี หรือถูกต้อง
กระบวนการที่สำคัญตรงนี้คือ ความยืดหยุ่น ต่อการรับรู้
เนื่องจาก หากเป็นการรับรู้แบบยึดมั่นถือมั่น สรุปแบบยึดมั่นถือมั่น โดยละเลยไปว่า กระบวนการทุก กระบวนการ และ ข้อมูลทุกข้อมูล สามารถเป็นอิสระต่อกันได้อย่างสิ้นเชิง ก็จะไม่สามารถถอนตัวจากกระบวนคิดเดิมที่ผู้คิดขุดหลุมดักตนเองไว้

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อผู้คิดได้รับข้อมูลว่า คนคนหนึ่งเป็นคนเลว และเขาเป็นคนรวย
หลังจากผ่านกระบวนความคิดอย่างต่อเนื่อง ผ่านข้อมูลอซ้ำๆเป็นเวลานาน
ผู้คิด สามารถสรุปเอาได้ว่า คนรวยเป็นคนเลว
ซึ่งเป็นแนวคิด และมีผลต่อทัศนคติของผู้คิดต่อ คนรวยโดยทั่วไป
ซึ่งไม่ควรสรุปอย่างนั้น เนื่องคนรวยแต่ละคนโดยแท้จริงเป็นเอกเทศต่อกัน
คราวนี้หากเอาตัวเลขทางสถิติมาประมวล (ซึ่งโดยแท้จริงต้องเอาตัวเลขคนรวยทั้งหมดมาคำนวณ แทนค่าความดีความเลวต่างๆ แล้วคำนวณออกมาในเชิงสถิติ ซึ่งอาจจะยากเกินไปสำหรับสมองของมนุษย์ เพราะต้องมีการเปรียบเทียบและแทนค่าระดับต่างๆอย่างมากมาย)
โดยสรุป ก็อาจจะบอกได้เพียงว่า คนรวยมีแนวโน้มจะเป็นคนเลว เท่านั้น(ซึ่งผมเชื่อว่า ถ้าเอาตัวเลขทางสถิติมาจับจริงๆ น่าจะไม่ใช่เช่นนั้น แต่ประเด็นนี้คงไม่ต้องมากล่าวในที่นี้เพราะเดี๋ยวจะยืดยาวเกินไป)

หลังจากได้ ข้อสรุป ประสบการณ์ และ ทัศนคติ แล้ว
สิ่งเหล่านี้จะย้อนกลับไปมีผลกระทบต่อกระบวนการทางความคิดทั้งหมดในโอกาสต่อๆไป(เส้นลูกศรด้านล่าง) ซึ่งผมขอเรียกว่า inner data

< ยังมีต่อ>

thinking model(2)

Thursday, September 7th, 2006 by jarin

องค์ประกอบของการคิด

การตรวจสอบข้อมูลข้อมูล(check)
เพื่อเป็นการยืนยันถึงความถูกต้องหรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ได้รับมา
โดยคำนึงถึง

      แหล่งที่มาของข้อมูล อาจจะเป็นบุคคล หรือสื่อ
      อายุของข้อมูล ดูว่าข้อมูล update หรือไม่
      ความครอบคลุมของข้อมูล ดูว่าข้อมูลได้ถูกมองจากทุกด้านแล้วหรือไม่ เช่น กรณีที่เป็นข้อมูลจากสื่อ ก็อาจจะต้องตรวจสอบจากสื่อมากกว่าหนึ่งชิ้น ถ้าเป็นข้อมูลจากบุคคล ก็อาจจะต้องตรวจสอบจากบุคคลอื่นด้วย

การจับ แยกแยะประเด็น(analysis)
การมองลงลึกเข้าสู่ข้อมูล
ข้อมูลหนึ่งๆ มักจะมีประเด็นมากกว่า หนึ่งประเด็น
ยกตัวอย่างเช่น ข่าวการขโมยของของหัวขโมยคนหนึ่ง
สามารถชี้เป็น ประเด็นทางสังคม ประเด็นทางเศรษฐกิจ ประเด็นความสามารถในการทำงานของตำรวจ เป็นต้น
ประเด็นเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องถูกแยกแยะออก เพื่อจะได้เป็นเส้นทางที่กำหนดไปสู่การสรุปได้อย่างถูกต้อง
วิธีการฝึกฝนคือ พึงระลึกไว้เสมอว่า เรื่องทุกเรื่องมีมากกว่า 1 ประเด็นเสมอ
ในหนึ่งประเด็นอาจจะมีประเด็นย่อยๆแฝงอยู่
ลองเขียนประเด็นหลัก ประเด็นย่อยออกมาให้หมด

การเชื่อมต่อประเด็น การสร้างความสัมพันธ์(synthesis)
การมองออกจากข้อมูล
จากประเด็นที่ถูกแยกแยะออกมาก่อนหน้านี้
จากนี้ลองมองดูว่า จากประเด็นเหล่านั้น ส่งผลกระทบไปสู่เหตุการณ์ หรือประเด็นอื่นอย่างไรบ้าง
อีกครั้งที่พึงระลึกไว้เสมอว่า ผลกระทบที่จะเกิดจาก ประเด็นประเด็นหนึ่งของข้อมูลข้อมูลหนึ่ง ย่อมมีมากกว่า 1 เสมอ
ลองแจกแจงรายละเอียดดูครับ
ยกตัวอย่างเช่น
จากข่าวหัวขโมยก่อนหน้า
ถ้าเป็นประเด็นเรื่องการทำงานของเจ้าหน้าที่
สิ่งที่กระทบออกมาคือ

      ขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

        ซึ่งอาจแยกไปสู่

      • ขั้นตอนการเก็บหลักฐาน
      • ขั้นตอนการสอบสวนพยานบุคคล
      • ขั้นตอนการประสานงานภายใน ขั้นตอนการสกัดจับ
      จำนวนบุคคลากรของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้รวมถึงการประเมินสถานการณ์ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

การสรุป(conclusive)
การสรุปในขั้นตอนนี้ หมายถึงการกำหนดทางเลือก หรือเงื่อนไขซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากขั้นตอนต่างๆที่กล่าวมาข้างต้น
ส่วนที่สำคัญคือ ต้องยังอยู่ในประเด็นที่เรากำหนดไว้ตั้งแต่ต้น
เช่นถ้าเราตั้งประเด็นที่การทำงานของตำรวจ จะมาสรุปว่า เป็นความล้มเหลวทางจริยธรรมก็คงจะไม่ใช่
การฝึกฝนคือ การนำ การแยกแยะประเด็น การสร้างความสัมพันธ์ และการสรุปมาเรียงต่อกัน
หากมีความขัดแย้ง หรือ ไม่ต่อเนื่องในส่วนใดส่วนหนึ่งแสดงว่า อาจมีการผิดพลาดในกระบวนการคิดที่ผ่านมา

ถึงตรงนี้ขอให้ย้อนดูภาพ thinking model อีกครั้ง

จะพบว่ามีเส้นชี้ขึ้นด้านบนที่นำไปสู่ ข้อมูล(information)
หมายความว่าในทุกๆขั้นตอน ผู้คิดสามารถเกิดคำถามได้ตลอกเวลา หากผู้คิดพบว่าในระหว่างการคิดนั้นจำเป็นจะต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ผู้คิดต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม และจะนำไปสู่กระบวนการคิดใหม่ตั้งแต่ต้น นั่นเอง

< ยังมีต่อ>

thinking model

Monday, September 4th, 2006 by jarin

thinking model
คิดเอง
ไม่รู้มีใครคิดหรือยัง
เอามาแจกให้ดูกัน
จะใช้เตือนสติ
ใช้วิเคราะห์
ใช้พัฒนาความคิด
ใช้อะไรก็ได้ ให้มีประโยชน์
ทั้งแก่ตนเอง และ ผู้อื่น

การคิด
กระบวนการ หรือ ขั้นตอนต่อเนื่องจากการรับข้อมูลโดยมุ่งการ สรุป(ย่นย่อ) หรือ ขยาย(เพิ่มเติม) รวมถึงการประเมินสถานการณ์ และ การคาดการณ์ต่อเนื่องจากข้อมูลนั้นๆ ตามกรอบการคิดของผู้คิด ซึ่งจะได้ผล เป็น ความคิด หรือ ชิ้นงานที่เจ้าของความคิด คิดได้ นั่นเอง

องค์ประกอบของการคิด
องค์ประกอบของการคิด เป็นความสามารถ(skill)ที่สามารถฝึกฝนและพัฒนาได้ โดยสามารถแบ่งออกเป็น

      การตรวจสอบข้อมูลข้อมูล(check)
      การจับ แยกแยะประเด็น(analysis)
      การเชื่อมต่อประเด็น การสร้างความสัมพันธ์(synthesis)
      การสรุป(conclusive)

ซึ่งแต่ละคนจะมีความสามารถพื้นฐานในแต่ละจุด ไม่เท่ากัน ซึ่งจะขยายความในส่วนนี้ต่อไป

ผลที่ได้

      ข้อสรุป(conclusion)
      ประสบการณ์ ความทรงจำ(experience)
      แนวคิด ทัศนคติ ปรัชญาชีวิต(attitude)

(ยังมีต่อ)

พุทธศาสนาในทัศนคติของข้าพเจ้า(๓)

Monday, September 4th, 2006 by jarin

สิ่งที่สามารถกระทำได้
ต้องเข้าใจก่อนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นหลายพันล้านเหตุการณ์ในโลกนี้ ในเสี้ยววินาทีนี้ ไม่มีแม้สักเหตุการณ์เดียวที่อยู่ในความควบคุมของคุณ … ไม่มีแม้แต่กรณีเดียว
ต่อให้คุณเป็นครูของใครสักคนก็ใช่ว่าคุณจะสามารถควบคุมเขาได้โดยสมบูรณ์
ต่อให้คุณเป็น พ่อหรือแม่ของใครสักคนก็ใช่ว่าคุณจะกำหนดกฏเกณฑ์ลูกของคุณได้ตลอกเวลา
แม้แต่ ร่างกายของคุณ คุณยังไม่สามารถสั่งมันให้เป็นไปตามสิ่งที่คุณต้องการได้เลย
คุณสั่งให้ร่างกายคุณไม่ป่วยไม่ได้ คุณสั่งให้ร่างกายคุณหยุดแก่ชราไม่ได้ คุณปรับปรุงมันได้ แต่กำหนดมันไม่ได้
มีเพียงสิ่งดียวในโลกนี้ที่คุณ “พอจะสามารถ” ควบคุมมันได้ … ถึงแม้จะยากเย็นแสนเข็ญเพียงไร … แต่เป็นเพียงสิ่งเดียวที่คุณมีอำนาจเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ในการควบคุมมัน
ความคิด ของคุณนั่นเอง read more »

advertising