Archive for the 'Thoughs' Category

Academy of Art University Bangkok Open House - Oct 17,09

Wednesday, September 30th, 2009 by academyofart

You’re Invited Academy of Art University Open House
Saturday, October 17, 2009 13.00 pm
วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2552 เวลา13.00 น.

Join Us!
Start a creative future doing what you love for a living!

Where: โรงแรม แกรนด์ไฮแอทเอราวัณ กรุงเทพ
ห้อง เดอะแคมปัส (ชั้น LL) 494 ถ. ราชดำริ กรุงเทพ 10330
(สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ชิดลม)

What: โอกาสพิเศษรับทราบข้อมูลมหาวิทยาลัยโดยตรง
•พบกับผู้แทนมหาวิทยาลัยและศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง
•หลักสูตรระดับปริญญา เรียนผ่านทางอินเตอร์เนตจาก
ประเทศไทยหรือที่มหาวิทยาลัยในซานฟรานซิสโก
•ให้คำแนะนำการเตรียมผลงานทางศิลปะ portfolio
โดยมืออาชีพ (หากมี)
•ข้อมูลเกี่ยวกับการสมัครเรียน, ประสบการณ์เรียนใน
ต่างเเดน, ที่พัก, คอร์สภาษาอังกฤษ(ESL Support)และอื่นๆ
•ส่งเอกสารการสมัครเรียน

พบบกับศิษย์เก่าในวงการ:
•คุณมาร์ค ดีไซเนอร์ ASAVA, Maruwat
•คุณพีช แบรนด์เมเนเจอร์ Smashbox cosmetics
•คุณก๊อป ช่างภาพแฟชั่นอิสระ Seventeen magazine
•คุณหนึ่ง แอนิเมเตอร์ ร่วมงานกับ Infinity Ward ใน LA. ทำเกม Call of Duty 4

ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมสัมมนา สำรองที่นั่งวันนี้ RSVPที่ www.academyart.edu/forms/101709_openhouse_bangkok_rsvp.jsp
หรือ TEXT 084.752.4177 ผู้แทนมหาวิทยาลัยในประเทศไทย คุณ อาภาวัลย์ สรรพโส Email: asubphaso@academyart.edu

หลักสูตรปริญญาที่ได้รับการรับรองวิทยะฐานะ:
Advertising โฆษณาและวางแผนสื่อ, Animation & Visual Effects แอนิเมชันและวิชวลเอฟเฟค, Architecture สถาปัตยกรรม, Fashion แฟชั่นและการจัดการ, Fine Art จิตรกรรม,ประติมากรรมและภาพพิมพ์, Game Design เกมดีไซน์ on campus only, Graphic Design กราฟฟิคดีไซน์, Illustration ภาพประกอบ, Industrial Design ออกแบบผลิตภัณฑ์และยานยนต์, Interior Architecture & Design สถาปัตยกรรมภายใน, Motion Pictures & Television ภาพยนตร์,โทรทัศน์และการแสดง, Multimedia Communications (BA/MA) นิเทศศาสตร์มีเดียโปรดักชั่น, Music for Visual Media ดนตรีสำหรับวิชวลมีเดีย, Photography ถ่ายภาพ, Web Design & New Media เวปดีไซน์และนิวมีเดีย

ได้รับการรับรองวิทยะฐานะทั้งในและต่างประเทศดังนี้: WASC, NASAD, Council for Interior Design Accreditation (BFA-IAD), NAAB (M.Arch) และสํานักงานข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) ประเทศไทย

In a recession

Wednesday, July 22nd, 2009 by webMaster

เศรษฐกิจไม่ดีจะทำอย่างไรกันดี?

คำถามยอดฮิตที่อยู่ในใจหลายๆ คนเวลานี้ บางคนร่ำร้องถึงงานดีไซน์กู้ชาติ กู้เศรษฐกิจ บางคนหันไปขายประกันหรือรับจ็อบพิเศษ เป็นรายได้เสริม (หลัก?) ในความเป็นจริงนั้นทุกๆ ครั้งที่รอบเศรษฐกิจตกต่ำเวียนมาถึงนั้น ความถี่ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจย่อมจะลดลง เกิดการจ้างงานน้อยลง บางคนอาจไม่มีงานทำเลย

อย่างไรก็ตามพัฒนาการครั้งสำคัญๆ ก็มักเกิดในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีนี่เอง ในเวลาที่เศรษฐกิจเฟื่องฟูนั้น ไม่ค่อยมีคนพูดถึงศิลปะดีๆ หรือหนังสือน่าอ่านกันเท่าไรนัก เมื่อเทียบกับรถรุ่นใหม่ แฟชั่นฤดูกาลต่อไป หรือใครใช้เงินก้อนใหญ่ทำอะไรกันไปบ้าง ในยามที่เศรษฐกิจถดถอยนั้น กลับเป็นเวลาที่คนในสังคม มีโอกาสติดอาวุธทางปัญญากันมากขึ้น วงการออกแบบก็เช่นกัน งานฉลาดๆ ที่สามารถเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง มักจะเกิดในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี อย่างในทศวรรษ 1940s Charles กับ Ray Eames ได้แนะนำเฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์ ที่ใช้วัสดุราคาถูกแต่ดูดีต่อ ผู้บริโภคอย่างพลาสติค เรซิน และไม้อัด เป็นต้น หรือในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง งานออกแบบของอิตาลี ได้ปรับตัวเข้าหาวิถีชีวิตของคนชั้นกลางมากขึ้น กว่าในช่วงเวลาก่อนหน้านั้นมาก จำได้ว่าแม้แต่ art4d เองก็มีการปรับขนาดและดีไซน์ ในช่วงที่ฟองสบู่แตกหนที่แล้วไปเหมือนกัน

แล้วมันเกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ? ข้อแรกอะไรๆมักจะช้าลง ลูกค้าต้องการเวลาในการตัดสินใจทุกๆ เรื่องพิถีพิถันมากกว่าเดิมในการพัฒนาแบบจนจบงาน แถมพองานเสร็จอาจจะเลื่อนการเปิดตัวออกไป อาคารบางแห่งสร้างเสร็จแล้วแต่ยังไม่มีแผนการดำเนินงานต่อเลยก็มี ที่สำคัญตอนจะวางบิลค่าใช้จ่ายนี่สิ… นอกจากนี้ดูเหมือนทุกๆ คนจะยุ่งกว่าเดิมเสียอีก ทั้งๆ ที่งานน้อยลงแต่คนทำงานก็น้อยลงด้วย คนที่มีอยู่ต้องขยันกันมากขึ้นให้ดูเหมือนทำงานหนักคุ้มค่าเงินเดือน บางเรื่องที่เคยคุยกันทางโทรศัพท์จบได้ ก็เปลี่ยนมาเป็นนัดประชุมแทน ระยะเวลาการประชุมที่เคยจบได้ในครึ่งชั่วโมง มีอันต้องยืดออกเป็นครึ่งวัน แน่นอนนักออกแบบต้องทำงานมากขึ้น เสนอทางเลือกมากขึ้น และจบงานยาก… มาก

สุดท้ายอะไรๆ ล้วนไม่มีความแน่นอน ต่อให้เสนองานไปเยอะแค่ไหน ดีเพียงใดก็อาจโดนดองไม่มีกำหนดได้ บริษัทเท่ๆ ภาพลักษณ์ดีๆ อาจจ่ายเงินเดือนพนักงานช้าไปเดือนสองเดือนหรือทยอยผ่อนเอา บางแห่งอาจเปลี่ยนธุรกิจไปเป็นอย่างอื่นเลย หรือแบ่งพื้นที่ให้เช่าต่ออีกทีเพื่อรักษาสภาพคล่องของ cash flow กันไว้ก่อน นักศึกษาจบใหม่ยิ่งไม่แน่ใจว่าจะมีงานทำหรือไม่…

แล้วเราจะทำอย่างไรดีในช่วงเวลาเช่นนี้? มีคนพูดถึงเรื่องนี้กันมากในสังคมไซเบอร์ แบบซีเรียสก็มี แบบขำๆ ประชดประชันก็เยอะ ส่วนที่เก็บมาฝากในคราวนี้เป็น tips ง่ายๆ น่าจะปรับใช้ได้ในทุกๆ ธุรกิจ

1. ต้องประหยัด อันนี้เป็นกฎพื้นฐานแต่ทุกๆคนมี overhead ไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าสำนักงาน กระดาษปริ้นต์ ฯลฯ เอาเป็นว่าอะไรจำเป็นก็คงไว้ อะไรตัดได้ก็รีบตัดซะ!

2. ต้องรอบคอบ ทั้งการเลือกลูกค้าและการบริการลูกค้า ศึกษาสัญญาให้ดีๆ อย่ารีบส่งงานให้กับลูกค้าที่มีแนวโน้มจะไม่จ่าย (เบี้ยว) เด็ดขาด!

3. ต้องคิดอะไรใหม่ๆ ในช่วงเวลาที่ลูกค้าไม่ค่อยเดินมาหา เราต้องหัดคิดโครงการของเราขึ้นมาเองก่อน แล้วออกไปหาลูกค้าเลยบอกเขาว่า มันดีอย่างไร ทำแล้วเขาจะได้ประโยชน์อย่างไรบ้าง

4. ต้องออกสังคมบ่อยขึ้น ช่วงที่เศรษฐกิจบูมๆ ไม่ค่อยมีใครมีเวลาว่างตรงกัน แค่นัดทานอาหารกับเพื่อนนักเรียนสมัยมัธยมยังยากเลย นี่เป็นโอกาสที่จะได้เจอเพื่อนอาชีพอื่นๆ ที่ไม่ได้เริ่มต้นจากผลประโยชน์แต่อาจนำไปสู่สิ่งดีๆ ในอนาคต

5. ต้องอดทน หรือจะแปลว่าอึดก็ได้ สุดท้ายต้องหัดมองหาอะไรใหม่ๆ ให้กับชีวิต คุณอาจอาสาเข้าไปช่วยธุรกิจบางประเภท ที่น่าสนใจโดยไม่คิดค่าตอบแทน หรือลองไปทำงานเพื่อสังคมด้านอื่นๆ ดู พอได้เริ่มคิดถึงคนอื่นในสังคม นอกจากเรื่องของตัวเอง บางทีคุณอาจพบคำตอบใหม่ๆ ที่ทำให้ชีวิตเป็นสุขกว่าที่เคยเป็นมาก็เป็นได้ []

บทบรรณาธิการ art4d ฉบับที่ 160

The first Penguin

Friday, March 6th, 2009 by art4d.com

ในหนังสือ ‘เดอะลาสต์เลกเชอร์’ บทที่ 39 แรนดี เพาช์ พูดถึง ‘นกเพนกวินตัวแรก’ เอาไว้ได้น่าฟังทีเดียว ตอนที่เพาช์สอนวิชา ‘virtual reality’ ที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลอนในพิตสเบิร์กนั้น เขาพยายามกระตุ้นให้นักศึกษาลองทำสิ่งที่ยากๆโดยไม่ต้องกลัวว่ามันจะล้มเหลว ในช่วงปลายภาคเรียนเขาได้จัดงานมอบรางวัล ‘นกเพนกวินตัวแรก’ เพื่อมอบให้กับทีมที่กล้าเดิมพันในการค้นคิดอะไรใหม่ๆ แต่ทว่ามีโอกาสไปไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้สูง รางวัลนี้มีที่มาจากเวลาที่นกเพนกวินมาออกันเป็นกลุ่มก่อนจะกระโดดลงไปในน้ำ ซึ่งอาจจะเจอภัยอันตรายที่พวกมันมองไม่เห็นรออยู่ใต้น้ำ แต่ยังไงๆก็ต้องมีนกเพนกวินตัวหนึ่งล่ะที่กระโดดลงน้ำไปเป็นตัวแรก รางวัลนี้มอบให้แก่นกเพนกวินตัวนั้นนั่นเอง ตอนแรกเพาช์คิดจะตั้งชื่อรางวัลนี้ว่า ‘การล้มเหลวที่สง่างาม’

ประสบการณ์คือสิ่งที่คุณได้มาในเวลาที่คุณไม่ได้สิ่งที่คุณต้องการ และมันจะเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดยามเมื่อคุณนำมาใช้ในวันข้างหน้า

ในวงการศึกษาหรือแม้กระทั่งแวดวงมืออาชีพทุกวันนี้เต็มไปด้วยภาพของหมู่นกเพนกวินที่ เบียดเสียดกันแน่นขอบสระ รอผู้กล้าตายรายแรกที่ยอมเสี่ยงกระโดดลงน้ำไปก่อน ทุกๆภาคการศึกษาหรืองานวิทยานิพนธ์ก่อนจบนั้น จะมีสักกี่คนที่ไม่กลัวสอบตก กล้าทำเรื่องเสี่ยงๆ ที่มีโอกาสล้มเหลวสูง สังคมเรามักจะให้รางวัลแต่ผู้ชนะหรือผู้ที่เป็นตัวแทนแห่งความสำเร็จ ยิ่งกว่านั้นเรามักจะมีบทลงโทษผู้แพ้หรือความล้มเหลวอีกต่างหาก ไม่แปลกอะไรที่นักศึกษาทุกวันนี้จะอ่านใจอาจารย์ล่วงหน้าเพื่อให้ปลอดภัยเอาไว้ก่อน ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกห้องเรียนเราต่างต้องการคนกล้าที่จะเดินบนเส้นทางใหม่ที่ยังไม่มีใครทำแผนที่เอาไว้ให้ก่อน ซึ่งในความเสี่ยงดังกล่าวย่อมมีความสำเร็จอันยิ่งใหญ่รออยู่เบื้องหลัง เราจึงสมควรยกย่องผู้ที่พยายามลองก่อนแล้วแพ้ มากกว่าผู้ที่มาทีหลังแล้วเรียนรู้ข้อผิดพลาดจนนำไปสู่เป้าหมายได้ในที่สุด

รางวัล ‘นกเพนกวิน’ ตัวแรกที่เฉลิมฉลองคนที่มีความกล้าทำอะไรสักอย่างก่อนคนอื่น โดย ไม่กลัวที่จะล้มเหลวแบบที่แรนดี เพาช์ เคยมอบให้กับนักศึกษาของเขานั้น กำลังจะกลายเป็นรางวัลที่ทาง TCDC เตรียมมอบให้กับนักคิด นักสู้ ในอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ของไทยในเทศกาลปล่อยแสงครั้งต่อไปที่กำลังจะมาถึงนี้

ถ้าเป้าหมายใหญ่ของการศึกษาคือการเรียนรู้ล่ะก็ ความสำเร็จหรือล้มเหลวล้วนเป็นเรื่องรอง ทั้งสิ้น เราคงไม่อยากเห็นสังคมที่มีแต่คนคิดทำอะไรตามๆกันไปหมด รอแต่จะมีใครกล้ากระโดดลงน้ำให้ดูก่อนเป็นคนแรกใช่ไหม? ลองดูกันว่านกเพนกวินตัวแรกๆของไทยจะเป็นใครกันบ้าง…. อาจเป็นคนใกล้ๆตัวคุณนี่เองก็ได้ []

บทบรรณาธิการ artd ฉบับ 156

Chapter 39 of Randy Pausch’s “The Last Lecture” book presents some interesting points about “The First Penguin”. When Pausch was teaching a Virtual Reality course at Carnegie Melon University, Pittsburgh, he encouraged students to attempt hard things and not worry about failing. At the end of the semester, he presented a stuffed penguin - “The First Penguin Award” - to the team that took the biggest gamble and failed to meet its goals. The award came from the idea that when penguins jump in the water that might have predators, well, one of them has got to be the first penguin to dive into the unknown territory. In essence, “The First Penguin Award” is a prize for “glorious failure”.

Experience is what you get when you don’t get what you wanted or aimed for. And, ‘experience’ can be the most valuable thing you have to offer.

In the educational or professional world we always reward success and punish failures; students are scared to fail, pros hate to take risks. They all are encouraged to play it safe. Very few people are daring enough to take a road that doesn’t exit on the map. That is why failure should be rewarded, as it is failure that brings out fresh ideas that may lead to achieving even greater success.

Initiated by Randy Pausch, “The First Penguin Award” celebrating students who took a daring risk at doing something groundbreaking but found themselves burning their fingers, or totally crashing, is going to be presented by TCDC to players in the Thai creative industry during the next Ploey Saeng Festival, which is to be held very soon.

If the main goal of education is learning, then success or failure is less important than what we learn. We don’t want to see a whole society full of “play-safe” people waiting around for the first one who dares to jump, do we? Let’s see who are going to be our first penguins. It might be someone close to you.

from the editor’s note, art4d issue 156. []

DEEP STORAGE ART PROJECT

Tuesday, March 3rd, 2009 by webMaster

แม้ไม่เคยบริจาคเลือดมาก่อน การให้เลือดเพียงหยดเดียวในครั้งนี้ คุณอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของโลกมนุษย์ในอนาคต และนั่นหมายถึงว่าคุณจะกลับมาเกิดใหม่ได้ ถ้ามนุษย์ในโลกอนาคตอยากให้เป็น
deep stoRAGE ART PROJECT
ในภาพยนต์ฮอลลีวู้ดชื่อดัง การนำ DNA มา cloning กลายเป็นไดโนเสาร์ตัวยักษ์ไล่วิ่งงับคนเล่น เหตุการณ์แบบนี้อาจจะกลายเป็นตัวคุณเองบ้าง ถ้าได้เข้ามาร่วมในโครงการศิลปะ “Deep Storage art project” ของ Kristian von Hornsleth ชาวเดนมาร์ค
deep stoRAGE ART PROJECT
ในวันที่ 7 มีนาคมนี้ ที่แกลลอรี่โซลฟลาวเวอร์ สีลมแกลลอเรีย สีลม ชั้นใต้ถุน ตั้งแต่ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป ศิลปินจะมานั่งเก็บหยดเลือดด้วยตัวเอง พร้อมๆ กับอธิบายพร้อมตอบคำถาม เลือดหนึ่งหยดของแต่ละคน จะถูกรวบรวมเก็บเอาไว้ในงานประติมากรรมขนาดใหญ่ 5×5x5 เมตร (ตามรูป) ส่งลงไปเก็บไว้ในใต้ทะเลลึก 11 เมตร ที่อยู่ระหว่างประเทศญี่ปุ่นและฟิลลิปินส์
read more »

อ่านความเป็นไทยในวัฒนธรรมการสร้างสรรค์

Sunday, February 1st, 2009 by art4d.com

“ความเป็นไทย” เป็นประเด็นสำคัญของวงวิชาการด้านการออกแบบในสังคมไทย คนทั่วไปต่างคาดหวังว่า งานสร้างสรรค์ที่คิดขึ้นโดย “นักออกแบบไทย” ควรจะต้องมี “ความเป็นไทย” เป็นองค์ประกอบเสมอ อย่างไรก็ตาม แม้สังคมจะสนใจเรื่องการสร้างความเป็นไทย แต่น่าแปลกที่การทำความเข้าใจอย่างจริงจังกลับมีปริมาณไม่มากนัก และที่มีอยู่ก็เป็นเพียงความพยายามหา “ความเป็นไทยสำเร็จรูป” เพื่อเป็นวัตถุดิบในการทำงานออกแบบอย่างฉาบฉวยมากกว่าที่จะศึกษาอย่างวิพากษ์วิจารณ์

thainess

ซีรีย์เสวนา “อ่านความเป็นไทยในวัฒนธรรมการสร้างสรรค์” เป็นความพยายามหนึ่งที่จะเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว โดยหวังจะเป็นเวทีที่กระตุ้นการมองอย่างลึกซึ้งและรู้เท่าทัน “ความเป็นไทย” ที่ดกดื่นและฉาบฉวยอยู่ในสังคมไทยปัจจุบัน

ครั้งที่ 1: พุธที่ 4 ก.พ. 52
ความเป็นไทย: ทุนทางวัฒนธรรม มูลค่าเพิ่มในงานออกแบบ?
กิตติรัตน์ ปิติพาณิช ผอ.ฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาการออกแบบ TCDC
ธนญชัย ศรศรีวิชัย บริษัท ฟีโนมีนา จำกัด
ชาตรี ลดาลลิตสกุล บริษัท ต้นศิลป์ สตูดิโอ
อ.ชาตรี ประกิตนนทการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร ดำเนินการเสวนา

ครั้งที่ 2: พุธที่ 11 ก.พ. 52
ว่าด้วยความเป็นไทย ไม่ไทย และไทยๆ ในงานศิลปะและการออกแบบ
ประชา สุวีรานนท์ เจ้าของคอลัมน์ ดีไซน์คัลเจอร์ มติชนสุดสัปดาห์
ผศ.สุธี คุณาวิชยานนท์ คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ม.ศิลปากร
รศ.ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ดำเนินการเสวนา

ครั้งที่ 3: อังคารที่ 17 ก.พ. 52
ความเป็นไทย: กับดักจินตนาการ เพดานของการสร้างสรรค์?
อ.ดร. ยุกติ มุกดาวิจิตร คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์
คำ ผกา นักเขียนและคอลัมนิสต์
อ.ชาตรี ประกิตนนทการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร
ศรัณย์ ทองปาน วารสารเมืองโบราณ ดำเนินการเสวนา

ภาควิชาศิลปสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร ร่วมกับ วารสาร “อ่าน”
ขอเชิญร่วมฟังซีรีย์เสวนา
อ่าน ความเป็นไทยในวัฒนธรรมการสร้างสรรค์

ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ณ หอศิลปะสถาปัตยกรรมพระพรหมพิจิตร ชั้น 1
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ เวลา 15.00-17.30 น.

สอบถามเพิ่มเติม: อ. ชาตรี ประกิตนนทการ โทร 02-2215877 ต่อ 3152 []

ปิดเทอมนี้ มีดีให้ทำ!!!

Monday, October 13th, 2008 by nicky

ปิดเทอมนี้ มีดีให้ทำ!!!
ทำไม่ยาก ทำได้ง่ายๆ แค่ทำด้วยหัวใจ
กับงาน “อาสาสร้างสุข” ในโรงพยาบาล

ขอเชิญน้องๆเด็กดีมาร่วมทำกิจกรรมดีๆกับโครงการดีๆ เพื่อสังคมที่ดีกับ “โครงการโรงพยาบาลมีสุข” มูลนิธิกระจกเงา ที่ทำงานด้านอาสาสมัครเข้าไปสร้างความสุขในพื้นที่ของโรงพยาบาล

หากปิดเทอมนี้ น้องๆวัยทีนคนไหนยังไม่รู้ว่าจะทำกิจกรรมอะไรดี แต่กำลังมองหากิจกรรมดีๆที่จะทำประโยชน์ให้กับสังคมได้ด้วยวิธีที่ไม่ยาก ไม่ต้องออกต่างจังหวัด และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ อย่ารอช้า!! ปิดเทอมสุดหรรษานี้จูงมือกันมาสร้างความสุข สร้างความสนุกสนาน ให้กับผู้ป่วยเด็กในพื้นที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ากัน!!! ในทุกๆวันจันทร์ เวลา 09.00 - 11.00 น. และ 13.00 – 15.00 น. ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งความสุขใจ และได้เรียนรู้ประสบการณ์ที่ดี ด้วยวิธีง่ายๆ ที่ใครๆก็ทำได้ เพียงแค่ลงมือทำ
“อาสาสร้างสุข” คุณก็เป็นได้ แค่ใจอยากทำ ขอแค่เตรียมตัว เตรียมใจมาให้พร้อม ถ้าสนใจอย่าลืม!! ติดต่อกลับมาที่เรานะคะ

โครงการโรงพยาบาลมีสุข มูลนิธิกระจกเงา
นางสาวชารินี หอมชง (นิค)
Tel. 02 – 642 7991-2 ต่อ 16
E-mail : nick@mirror.or.th , info@happyhospital.org
www.mirror.or.th , www.happyhospital.org

อดีตหลอน

Wednesday, June 18th, 2008 by webMaster

เรียนเชิญท่านผู้สนใจ,

ผม, มานิต ศรีวานิชภูมิ ครับ, และเพื่อนๆจะจัดงาน “อดีตหลอน : ศิลปะร่วมสมัยกับการจัดการประวัติศาสตร์ 6 ตุลา 19” ในเดือนสิงหาคมที่จะถึง โดยการจัดงานครั้งนี้ ผมได้ร่วมมือกับนิตยสาร วิภาษา ซึ่งจะมาช่วยจัดเวทีพูดคุย, ถอดเทป และตีพิมพ์เผยแพร่ลงในนิตยสารดังกล่าว
เพื่อให้ได้สูจิบัตรออกมาทันในวันเปิดนิทรรศการและการวางแผงของนิตยสาร การพูดคุยจึงต้องกระทำล่วงหน้า คือ วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม 2551 ณ. สถาบันปรีดี พนมยงค์ ระหว่างเวลา 9.30 – 17.00 น. การพูดคุยจะแบ่งเป็น 2 ภาค
ภาคเช้า (9.30 – 12.00 น.)
เสวนาเรื่อง “ศิลปะร่วมสมัยกับการจัดการประวัติศาสตร์ 6 ตุลา 19” โดย
ผู้ร่วมเสวนา
1/ อิ๋ง กาญจนะวณิชย์
2/ วสันต์ สิทธิเขตต์
3/ สุธี คุณาวิชยานนท์
4/ มานิต ศรีวานิชภูมิ
นำพูดคุยโดย ธัญลักษณ์ เหลืองวิสุทธิ์ (นิตยสารวิภาษา)

ภาคบ่าย (13.30 – 16.30 น.)
“การจัดการประวัติศาสตร์ 6 ตุลา จากมุมมองของ ปัญญาชนไทย”
ผู้ร่วมเสวนา
1/ อ. ไชยันต์ รัชชกูล (ม.เชียงใหม่)
2/ อ. สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ (จุฬาฯ)
3/ อ. พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ (ม. ธรรมศาสตร์)
นำพูดคุยโดย ดร. บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ (บรรณาธิการ นิตยสารวิภาษา)

ต้องยอมรับว่า ผมอยากจัดงานนี้เพราะ นายสมัคร สุนทรเวช ที่ให้สัมภาษณ์กับ CNN บิดเบื้อนข้อเท็จเกี่ยวกับจำนวนผู้ตายในเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ผมคิดว่าถ้าจะจัดงานนี้เพื่อตอบโต้นายกฯสมัครเพียงคนเดียว ก็จะเป็นการเสียเวลาเปล่าๆ แถมเป็นการให้เกียรติกับเขาเกินไป ที่สำคัญสังคมไทยจะไม่ได้อะไร นอกจากความพยายามจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงเอากับนักการเมืองที่กลับกลอก

read more »

The land of forum: โลกแห่งกาย โลกแห่งใจ โลกใหม่ใบเดิม

Tuesday, June 17th, 2008 by webMaster

The land of forum: โลกแห่งกาย โลกแห่งใจ โลกใหม่ใบเดิม

เรียน บรรณาธิการ และมิตรรักศิลปะ

ท่านเคยสงสัยไหมว่า ชีวิตก่อนจะมีโทรศัพท์มือถึอ หรืออินเตอร์เนต
ท่านใช้ชีวิตกันอย่างไร

มนุษย์ในปัจจุบันหลงลืม หรือ ละเลยสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นมาในอดีต
หรือแม้แต่ปัจจุบันเอง
เพราะวิทยาการในปัจจุบันก้าวหน้าและก้าวไกล
จนทำให้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัวเรากลายเป็นเพียงภาพผ่านของวันเวลา
และเราต่างหลงไปกับสายธา

มาร่วมกันตั้งคำถามต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และร่วมกันอยู่กับปัจจุบันอย่างไม่ไร้ค่า
กับงาน *The land of forum: โลกแห่งกาย โลกแห่งใจ โลกใหม่ใบเดิม*

theLand
มูลนิธิที่นา ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม
และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และหอศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
จัดงานเสวนา 12 วัน 12 หัวข้อ ตลอดสุดสัปดาห์เดือนกรกฎาคม
ณ. โรงละคร หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
จังหวัดเชียงใหม่

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสริมอีกมากมาย
July 13th: Film Screening and showcase concerning alternative communities.
July 18th: One- year project participants exhibit projects from media
section of residency.
July 26th: Art Fair @ Minimal Gallery; students and young artist will
present their work.
July 27th: Visual Art Film Screening and showcase.

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
ติดต่อได้ที่ คุณอ๊อฟ นางสาวดวงพร อินทร์จันทร์
ที่อยู่ มูลนิธิที่นา
25 ซอย 13 ถนนศิริมังคลาจารย์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
โทรศัพท์และโทรสาร: 053-212220
e-mail: theland@thelandfoundation.org
www.thelandfoundation.org

สำรองที่นั่งล่วงหน้าภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2551
โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

———————————————-

The land foundation presents:
Land of Forum-12 Topics in 12 Days
July 1-31st, 2008 each Friday, Saturday and Sunday

In cooperation with the Ministry of Contemporary Art and Culture, Office of Culture in Chiang Mai, and Chiang Mai University Art Museum, the land foundation will present a series of discussions, workshops and events held during the month of July in and around Chiang Mai.
Land of Forum is part of the One Year Project by the land foundation with the following scopes of learning: Self-knowledge through Vipassana Meditation, Natural Farming and Globalization, Media and Art. The talks and discussions will be given by experts in each of these fields and also highlight, art and culture in everyday life, farming, globalization and contemporary art in Thailand.

All events are FREE and open to the public.
Discussions will be held at Chiang Mai University Art Museum.

External events:
July 13th: Film Screening and showcase concerning alternative communities.
July 18th: One- year project participants exhibit projects from media section of residency.
July 26th: Art Fair @ Minimal Gallery; students and young artist will present their work.
July 27th: Visual Art Film Screening and showcase.

RSVP is required for the series of talks which will be held in Thai.
For more information and detailed project outline please refer to website:
www.thelandfoundation.org or contact: Ms. Duangporn In-chan at the land foundation
25 Soi 13 Sirimangkalajarn Road, Suthep, Muang ChiangMai 50200 053-212220
e-mail: theland@thelandfoundation.org


the land foundation
25 Soi 13 Sirimangkalajarn Road, Muang, Chiangmai 50200 THAILAND
Tel./ Fax: +66 (0)53 212220
www.thelandfoundation.org

Feng Zhengji

Thursday, March 27th, 2008 by morning glory

Free Image Hosting by FreeImageHosting.net Free Image Hosting by FreeImageHosting.net Free Image Hosting by FreeImageHosting.net

ได้มีโอกาสดูงานของศิลปินชาวจีน Feng Zhengji ที่ Singapore art museum ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2008 งาน contemporary art สัญชาติจีน มีการพัฒนาและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางมากใน ปัจจุบัน

ก่อนเดินทางไปได้คุยกับ คุณEstrela( คอลัมนิสต์ Exhibition หนังสือ ET) ถึงวิวัฒนาการวงการศิลปะร่วมสมัยในประเทศจีน ในยุคหลังจากที่จีนเปิดประเทศ และเข้าร่วมระบบเศรษฐกิจโลก วงการศิลปะร่วมสมัยก็เริ่มกระเตื้องขึ้นอย่างมาก นักลงทุนรุ่นใหม่ผู้มีรสนิยมสมัยใหม่ (ที่ไม่ได้ซื้อแต่ภาพเขียนพู่กันจีน) เริ่มสะสมงานศิลปะสมัยใหม่ คงต้องยอมรับว่ามีพื้นฐานมาจากกระแสแฟชั่นที่คนมีเงินเริ่มหันมาซื้องานศิลป์เพื่อประดับบารมี หลังจากนั้นก็เริ่มขายชิ้นงาน จนกลายเป็นการเกร็งกำไร การหมุนเวียนถ่ายเทผลงาน เป็นสัญญาณของการเติบโต ในวงการศิลปะ ห้องแสดงภาพเริ่มมีมากขึ้น มีการรวมตัวกันของกลุ่มศิลปินอย่างเหนียวแน่นและแข่งขันกันผลิตผลงาน สร้างความแข็งแรงให้ระบบศิลปะร่วมสมัยในจีน ( Art 4 d เองยังเคยลงบทความเกี่ยวกับศิลปะร่วมสมัยในเซิ่นเจิ้น ที่มีมากและแพร่หลาย(ในเชิงงานสถาปัตยกรรม) คงจำกันได้ ) แต่ก็ยังสร้างความสงสัยในใจผู้เขียนถึงความสำเร็จนั้น

งานของคุณ Feng Zhengji (ล่าสุด) ตอบคำถามได้เป็นอย่างดี เราเดินเข้าไปในห้องแสดงหลักถึงกับตะลึงกับภาพเขียนใบหน้าผู้หญิงสีอคลิลิกสีสันสดใส (ตามภาพที่จั่วหัว) ซึ่งต้องจินตนาการเปรียบเทียบกับสเกลของภาพนั้นด้วย เพราะภาพแต่ละภาพมีขนาด ไม่ต่ำกว่า สองเมตร สูงสามเมตร ไม่ต้องพูดถึงเทคนิคความเนี้ยบการลงสีของศิลปินที่เรียบเนียนอย่างกับภาพพิมพ์ แต่สิ่งที่สร้างความประทับใจคือเนื้อหาของภาพ ที่เปรียบเทียบ สังคมบริโภคจัด กับภาพนางแบบในนิตยสาร ตามป้ายโฆษณาตามถนนทางด่วน ในขณะที่นัยน์ตาของนางแบบแสดงถึงความไม่เอาจริงเอาจัง ความหลอกลวงเหมือนการตีสองหน้า สีสันที่ศิลปินแสดงออกทำให้เรานึกถึงงานแบบ kitsch หรือที่บางคนตีความในนัยของขยะ ความไร้คุณค่า (ซึ่งกลายเป็นสไตล์หนึ่งของงานศิลปะและงานออกแบบ) ยิ่งย้ำถึงใจความที่ศิลปินเสียดสีต่อการแสดงออกของระบบบริโภคนิยมในสิ่งที่ไม่จำเป็นและไร้คุณค่า

อาจยังจับใจไม่พอ เมื่อดูในห้องแสดงรองที่แสดงผลงานของ คุณ Feng Zhengji ในปีก่อนๆที่ผ่านมาเห็นถึงพัฒนาการทางความคิดของศิลปิน ที่ล้อเลียน กับประวัติศาสตร์ และขนบธรรมเนียมของเจ้าตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น การแสดงออกของภาพท่านประธานเหมาในแบบสีสดสะท้อนแสงริมฝีปากแดงอวบอิ่ม เหมือนจับเอาความตึงเครียดของยุคสมัยมาล้อเล่น ภาพคู่หนุ่มสาวชาวจีนในชุดประเพณีนิยมในท่าทางหยอกเอินกับสีสันสดใส เพราะถ้าเราคิดถึงประวัติศาสตร์ของจีนเราคงเห็นความยึดติดที่แกะไม่ออกในสังคมที่ใช้เวลานานกว่าจะเปลี่ยนแปลง ซึ่งพื้นฐานเหล่านี้เองที่มีน้ำหนักมากพอที่ศิลปินจีนใช้มันในการสื่อสารในเชิงเสียดสีอย่างได้ความหมาย

เราเห็นงานดีๆที่จับใจหลายชิ้นจนแอบลุ้นอยู่ในใจว่า น่าจะมีผู้จัดนิทรรศการในประเทศไทย นำคอลเลคชั่นของคุณ Feng Zhengji มาแสดงที่บ้านเราบ้าง.

Free Image HostingFree Image Hosting

The contemporary discourse in architecture

Tuesday, May 1st, 2007 by pattosan

ผมต้องการความช่วยเหลือ
ผมอยากอ่าหนังสือเกี่ยวกับแนวคิดทางสถาปัตยกรรมดีๆ
ช่วยแนะนำทีได้มั๊ยครับ
จะเป็นพระคุณอย่างมาก

ออกแบบความเชื่อ

Monday, April 2nd, 2007 by Ar@p

ความเชื่อน่าจะเป็นสิ่งแรกๆ
ที่มีบทบาทในการจูงคนเราไปทางใด ทางหนึ่ง

นักสร้างความเชื่อในยุคนี้หรือยุคโบราณ
คงหวังอะไรสักอย่าง จึงสร้างความเชื่อได้มากมายขนาดนั้น

หลักฐานที่เราพบ เช่น “โลกแบน” “โลกกลม” “ตะวันตกเจริญกว่าตะวันออก”
“คนจนจะต้องหมดไปจากประเทศไทยภายใน ๖ ปี” ฯลฯ

จะพบว่า ความเชื่อบางอย่างเป็นสิ่งเดียวกับความจริง
ความเชื่อบางอย่างเป็นเท็จ

หากมนุษย์อยู่คู่กับความเชื่อตลอดไป
เราคงสรุปได้ว่า “มนุษย์ต้องอยู่คู่กับความเท็จ” เช่นกัน.

ขำ ขำ

Monday, March 19th, 2007 by jarin

ฟุตบอลไทย เชียร์เพราะรักฟุตบอลไทย หรือ เพราะเกลียดฝ่ายตรงข้าม

Monday, February 5th, 2007 by jarin

เกาะกระแสฟุตบอลไทย
เห็นกระแสการเชียร์น่าตื่นตกใจ
อดคิดไม่ได้ว่า กองเชียร์ที่มากมายขนาดนี้ เพราะรักฟุตบอลไทย หรือแค่ เพราะเกลียดฝ่ายตรงข้าม
ถ้ารักกันจริง ก็น่าจะติดตามโดยตลอด แต่นี่มาเป็นพักๆ
นักกีฬาจะเป็นอย่างไร ใช้ชีวิตอย่างไร สามารถเลี้ยงชีพได้หรือไม่ ดูไม่ค่อยมีใครสนใจ

นึกถึงการรักชาติ
เราสามารถ รักชาติ โดยไม่ต้องสร้างศัตรูร่วมได้หรือไม่

แค่ตั้งคำถามเพ้อเจ้อเฉยๆ ลองแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันดูครับ

advertising